Comedy

ทายนิสัย จาก ท่าทาง ตอน เมาเหล้า
สิ่งที่สามารถบอกถึงนิสัยแท้จริงของคนเราได้นั้น มีอยู่หลายเรื่อง และหนึ่งในนั้นก็คือ กิริยาท่าทางของคนยามที่เขาตกไปอยู่ในภาวะมึนเมา โดยเฉพาะเมาเหล้า ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่สามารถควบคุมสติตนเองได้ บางคนไม่ช่างพูดเอาเสียเลย แต่เมื่อดื่มเหล้าเข้าไป กลับจ้อไม่ยอมหยุดเป็นต้น ยามเมาของแต่ละคนแตกต่างกันไป แต่ก็บอกได้ถึงอุปนิสัยแท้จริง

พูดมาก
สำหรับคนที่เมื่อเมาเหล้านั้น จะกลายเป็นคนที่พูดมากขึ้น พูดเก่งขึ้นกว่าปกตินั้น แสดงถึงนิสัยของการเป็นคนร่าเริง รักความสนุกสนาน มองโลกในแง่ดี ชอบชีวิตที่หรูหรา ฟู่ฟ่า และการอยู่ในวงล้อมของมิตรสหาย แต่ในขณะเดียวกันนั้น ก็จะเป็นคนที่เชื่อมั่นในความสามารถตนเอง เย่อหยิ่ง ดูกคน ชอบมองว่าคนอื่นโง่ คิดว่าตัวเองฉลาดเสียเต็มประดา คนจึงเกลียดมากพอๆกับคนที่รักใคร่ชอบพอ

เงียบขรึม
คนที่แปรเปลี่ยนกลายเป็นคนที่เงียบขรึมแทน หลังจากที่ดื่มน้ำเปลี่ยนนิสัยเข้าไปนั้น เป็นลักษณะนิสัยคนที่ช่างคิดและคิดมากจนเกือบจะเป็นคนหมกมุ่นเลยทีเดียว
แล้วก็จะสนิทกับคนยาก และชอบหนีไปอยู่ในโลกส่วนตัวที่ตนสร้างขึ้นมา และไม่ชอบให้ใครเข้าไปข้องเกี่ยว ลึกๆแล้วเป็นคนขี้เหงา ว้าเหว่ แต่ไม่ชอบแสดงความรู้สึกอ่อนแอของตนออกมาให้คนอื่นเห็น

ร้องไห้คร่ำครวญ
พื้นฐานนิสัยจริงๆนั้น เป็นคนอ่อนแอจิตใจอ่อนไหว ขี้ใจน้อย สะเทือนใจง่าย แต่จะไม่ใช่คนที่แสดงออก จึงมีกเก็บทุกสิ่งเอาไว้เงียบๆคนเดียว น้อยคนนักที่จะรู้จักจริงๆ
ลึกๆแล้วเป็นคนที่ต้องการให้คนอื่นสนใจตนเองต้องการให้คนมารักใคร่ห่วงใย บางครั้งจึงเหมือนคนเจ้าชู้ คบหาคนไปเรื่อยๆเล่นๆไปวันๆ แต่จริงๆแล้วแสวงหารักแท้

ทะลึ่งทะเล้น
คนที่เมื่อดื่มเหล้าเข้าไปแล้ว จะมีอาการทะลึ่งทะเล้นจนเห็นได้ชัดนั้น แสดงถึงนิสัยที่เปิดเผย รักสนุกโดยเฉพาะในเรื่องรักๆใคร่ๆ จะให้ความสนใจเป็นพิเศษละมีพลังทางด้านนี้สูง ไม่มีความเขินอายเกี่ยวกับเรื่องเซ๊กส์ แล้วก็ยังสนใจศาสตร์ที่เกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ด้วย
แต่ในขณะเดียวกันก็จะเป็นคนที่รักอิสระ ไม่ชอบให้ใครมาผูกมัดหรือครอบครองตนเพราะเป็นคนจะเบื่อง่ายและไม่ชอบการที่จะต้องอยู่ในระเบียบหรือกฏเกณฑ์ของใคร

หน้าแดง
คนที่เวลาเมาเหล้าแล้วมักหน้าแดงนี้ เป็นคนที่เก็บความรู้สึกไม่เป็น หรือไม่อาจเก็บรักษาความลับอะไรได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่คนที่เปิดเผยอีกเหมือนกัน แต่ก็จะเฉพาะกับเรื่องราวของตัวเองเท่านั้น เป็นคนที่มักมีปัญหาเรื่องสุขภาพ จึงค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลตนเองมาก มักจะมีความวิตกกังวลสูงกับเรื่องความเจ็บป่วย ชอบแสวงหาความมั่นคงในทุกรูปแบบให้กับชีวิตของตน

โวยวายหาเรื่อง
คนที่ชอบโวยวายหาเรื่องคนอื่นเมื่อเหล้าเข้าปากนั้น แสดงถึงนิสัยที่เป็นคนอารมณ์รุนแรง เปลี่ยนแปลงง่าย ประเดี๋ยวดี แต่อีกเดี๋ยวเดียวก็โมโหโกรธาเสียแล้ว จะเป็นคนโกรธง่ายหายเร็วเหมือนกัน ใจคอว้างขวาง ชอบมีเพื่อนฝูงเยอะๆ เป็นคนเถรตรง พูดจาไม่ค่อยถูกหูคนนัก คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ไม่ชอบงานที่มีพิธีการมากมาย

แก้ไขเมื่อ 25/11/2547 15:35:04

แก้ไขเมื่อ 2/1/2548 23:44:10

1. นิยาม และลักษณะทางกายภาพ : หญิงสาวได้แก่ มนุษย์เพศหญิงที่วิวัฒนาการมาจาก "เด็กหญิง" ส่วนช่วงอายุที่จะแปรสภาพเป็นหญิงสาวนั้นไม่สามารถนิยามได้ มนุษย์บางคนใช้เวลาพัฒนาเป็นหญิงสาวได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่เกิน 8 ปี หากได้รับแสงแดดเป็นเวลานาน อย่างที่มีศัพท์ทางชีววิทยาเรียกว่า "แก่แดด" หรือบางกรณี วิวัฒนาการของบางคนก็ปรากฏได้อย่างช้ามาก จนอาจจะเรียกได้ว่าเป็น "หญิงสาว" ได้ก็ต้องเข้ามหาวิทยาลัยหรือทำงานแล้ว

อย่างไรก็ตาม การพ้นสภาพหญิงสาวนี้กลับรวดเร็ว รายงานส่วนใหญ่รับตรงกันว่า เมื่อล่วงพ้นขวบปีที่ 30 แล้ว ก็ถือว่าเตรียมตัวพ้นสภาพได้ อาจจะมียกเว้นบางคนได้บ้าง ซึ่งมีความสามารถในการ "ดึง" อายุขัยของตนได้นิดหน่อย แต่ส่วนใหญ่ไม่เกินขวบปีที่ 35 ก็มักจะพ้นสภาพไปเกือบทุกคน คำพูดประมาณ "สาวสองพันปี"สาวใหญ่" หรือ "สวยไม่สร่าง" นั้น ในทางวิทยาศาสตร์พบว่า มีความหมายตรงกับภาษาละตินว่า "หลอกตัวเอง"

จากค่าเฉลี่ย มนุษย์จะกลายสภาพเป็นหญิงสาวเมื่ออายุประมาณ 13 ปี และพ้นจากสภาพนี้เมื่ออายุประมาณ 30 ปี

นิโคโปลิดิส (1440 - 1495) นักปราชญ์ชาวกรีซกล่าวไว้ว่า "ผู้หญิงเริ่มเป็นสาวเมื่อหัดใส่บรา และ ผู้ชายเริ่มเป็นหนุ่มเมื่อหัดถอดบรา"

2. การกลายพันธุ์ : จากการสังเกตการณ์พบว่า หญิงสาวมีอัตรากลายพันธุ์สูงถึงประมาณร้อยละ 5 และอาจสูงถึงร้อยละ 8-10 หากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแต่หญิงสาวเพศเดียวกัน (เช่นโรงเรียนหญิงล้วน ยิ่งถ้าโรงเรียนประจำกินนอนยิ่งเห็นผลเร็ว) การกลายพันธุ์นี้เป็นได้ 3 ลักษณะ คืออาจกลายสภาพไปคล้ายกับชาย ผมจะสั้นลง กล้ามเนื้อจะแข็งแรงขึ้น หน้าอกจะเล็กลงหรือหยุดการเจริญเติบโต เราเรียกว่า "ทอม" ที่น่าเจ็บใจ (ฉิบเป๋ง) คือเหล่ามิวแตนผู้กลายพันธุ์นี้ จะดันหาคู่ได้น่ารักกว่า สวยกว่า เรียบร้อยกว่ามนุษย์ผู้ชายมาก ... ให้ตายเถอะโรบินสันบางรัก

หวัง ฟัน เจ้า (100 ปี ก่อนคริสต์ศักราช) นักปราชญ์ในสมัยพระเจ้าเหาที่ 12 กล่าวไว้ว่า "ทอมนั้นไซร้ ก็เหมือนคนขาด้วนที่มีรถสปอร์ต คือลูบได้ คลำได้ สตาร์ทเครื่องฟังเสียงเล่นได้ แต่ยังไง้ ยังไงก็ขับไปไม่ได้" (แย่หน่อยนะ)

3. สภาวะความเป็นอยู่ : หญิงสาวส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นสัตว์สังคม คือมักจะอยู่กันเป็นฝูง หากินก็เป็นฝูง (น้อยนักที่จะเห็นผู้หญิงกินข้าวคนเดียว) ชอปปิ้งก็เป็นฝูง บางทีจะอึจะฉี่ยังต้องระดมฝูง เอ้ย! เรียกเพื่อนๆ มาเข้าส้วมพร้อมๆ กันด้วย เข้าใจว่าเข้าห้องน้ำคนเดียวแล้วจะถ่ายไม่ออก ในฝูงจะมีโครงสร้างที่ชัดเจนแน่นอน กล่าวคือ จะมีจ่าฝูงเป็นคนสวยที่สุด น่ารักที่สุด มั่นใจที่สุด (และมักจะมีแฟนแล้ว) ส่วนลูกฝูงนั้นจะมีลักษณะด้อยกว่า แต่จะต้องมีคนหนึ่งเป็นคนน่ารัก แต่ไม่ค่อยมั่นใจเท่าจ่าฝูง ซึ่งคนนี้จ่าฝูงมักจะใช้เป็นลูกไล่ และมีคนหนึ่งที่น่ารักน้อยที่สุด จะเป็นเบ๊ของฝูง

แต่อย่างไรก็ตาม การรวมฝูงของหญิงสาวนั้นมักจะฝูงไม่ใหญ่เกิน 5 คน เพราะถ้าฝูงใหญ่แล้วจะมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เนืองๆ จนจำนวนของสมาชิกในฝูงจะค่อยๆ ลดไปสู่จำนวนดุลยภาพได้เอง

ท่านเจ้าพระยาอย่างราเช็ต (สงสัยมีเชื้อเปอร์เซียน) กวีเอกในสมัยโยธยากล่าวไว้ว่า "อันนารีมีมากดังฝูงลิง จะจีบทิ้งจีบขว้างบ้างก็ได้" ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมการรวมกลุ่มของหญิงสาวมีมาตั้งแต่สมัยโบราณนู่นแล้ว

4. การแบ่งชั้นวรรณะ หญิงสาวมีระบบการแบ่งชั้นวรรณะในระบบของตัวเอง กล่าวคือมีการตัดเกรดเป็น "คัพ" (ซึ่งได้แก่อะไรนั้นจะต้องวิจัยกันต่อไป) ซึ่งจะแบ่งเกรดตั้งแต่ A B C D E F ซึ่งจะตรงข้ามกับเกรดในระบบโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย กล่าวคือใครได้เกรด (คัพ) A ถือว่าน่าน้อยเนื้อต่ำใจยิ่ง เกรด B ก็ดีขึ้นมาหน่อย กำลังน่ารัก C ก็เรียกว่าเป็นที่นับหน้าถือตา E นี่ระดับผู้นำ ส่วน F ก็... นะลอร์ดไทรอัมพ์ นักปราชญ์ชาวอังกฤษ ให้นิยามของแต่ละเกรดไว้ดังนี้ "A = Adorable, B = Better, C =Cute, E= Extraordinary F= Fake"

(ต้นฉบับสิ้นสุดแค่นี้ เข้าใจว่าผู้เขียนรายงานอาจจะเสียชีวิตระหว่างทำการวิจัย - บุญชิต ฟักมี)

แก้ไขเมื่อ 25/11/2547 15:35:16

แก้ไขเมื่อ 2/1/2548 23:44:34

คุณครับๆลายมือคุณสวยมั๊ยครับ
จะขอยืมไปจดทะเบียนสมรสหน่อย



....................................

เอามีดมาแทงผมสิ
แทงตรงหัวใจเลยนะ
ผมไม่เจ็บหรอก แต่คุณน่ะแหละที่จะเจ็บ


เพราะคุณอยู่ในใจผมไง

.....................................

ก็ใช่นะสิ พี่มันคนไร้หัวใจ

ก็น้องเอาหัวใจพี่ไปหมดแล้วนี่

......................................

คุณคะ ช่วยถอยหน่อยได้มั้ย หัวใจชั้นอยู่ใต้อุ้งเท้าคุณค่ะ



(-"-)

............................................

ถ้าเธอเป็นโคลน

ฉันจะเป็นควาย


จะได้จมปลักรักเธอตลอดไป...

..................................................

เดินดีๆ นะน้อง ....



ระวังจะสะดุดรักพี่ละ

.........................................................

ผม : นี่ๆรู้ไหม เวลาเห็นหน้าคุณทีไร มักจะเป็นโรคชักทุกทีเลยอะ
คุณไง : ?? โรคชักไรหรอค่ะ



ผม : โรคชักจะใจอ่อน

..............................................

ผมนะไม่ติงต๊องหรอก แต่ Thinking Of You ครับ

..............................................

เธอเหมือนเป็นผงชูรส ถ้าชีวิตไม่มีเธอมันก็ขาดรสชาด



..................................................

"สงสัยผมจะสายตายาวแล้วล่ะ"

"แก่แล้วล่ะซิ"



"เปล่า เพราะผมเอาแต่มองเธออยู่ห่าง ๆ "

................................................


"เมื่อวานนะเสียเวลาตั้งนาน"

"ทำไมเหรอ"



"หลงทางในหัวใจเธอ"

.............................................


ดูก็รู้ คุณเป็นลูกครึ่งแน่ๆ...


...ครึ่งมนุษย์ครึ่งนางฟ้า

(-_-')

ขอปรึกษาปัญหากฎหมายหน่อยได้ไหมครับ...


...ข้อหาลักลอ บแอบชอบผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผิดกฎหมายมาตราไหนครับ

....................................................


อยากเป็นแก้วน้ำ เธอจะได้รินใจใส่ไว้

...................................................


ถึงแม้อับบลาฮัมลินคอล์นจะเลิกทาสไปแล้ว

แต่ทำไมหัวใจฉันยังตกเป็นทาสของเธออยู่เลย

......................................................................

คุณท่าทางจะมีโชคนะครับ..

ผมเป็นหมอดู....

ดูดวงจากหมายเลขโทรศัพท์



ไหนบอกเบอร์มาสิครับ..ผมจะทายให้

..................................................................


ผมจะต้องไปรับลอตเตอรี่มาขายล่ะครับ....

ความรักของคุณ..มันทำให้ผมตาบอดซะแล้ว

...............................................


เมื่อคืนที่บ้านไฟดับ .แต่ผมไม่ต้องใช้ไฟฉาย..หรือเทียนเลยครับ...

เพราะแค่นึกถึงคุณ โลกของผม..ก็สว่างไสวไปหมดแล้ว


(-_-')

แก้ไขเมื่อ 25/11/2547 15:35:29

แก้ไขเมื่อ 2/1/2548 23:45:05